บทความนี้สรุปมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรที่ภาครัฐดำเนินการอยู่ในช่วงไตรมาส 3 ปี 2569 (ข้อมูล ณ เดือนสิงหาคม 2569) เพื่อให้เกษตรกรและสหกรณ์ใช้เป็นข้อมูลเบื้องต้นประกอบการตรวจสอบสิทธิ์ อย่างไรก็ตาม เงื่อนไข วงเงิน และกำหนดเวลาของแต่ละมาตรการอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา จึงควรตรวจสอบรายละเอียดล่าสุดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงก่อนดำเนินการทุกครั้ง
เงินช่วยเหลือชาวนาไร่ละ 1,000 บาท ปีการผลิต 2568/69
รัฐบาลยังเดินหน้าโครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผลิตให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปีและนาปรัง ปีการผลิต 2568/69 ในอัตราไร่ละ 1,000 บาท จ่ายให้ครัวเรือนละไม่เกิน 10 ไร่ (ไม่เกิน 10,000 บาทต่อโครงการ หากขึ้นทะเบียนทั้งข้าวนาปีและนาปรังอาจได้รับรวมสูงสุดไม่เกิน 20,000 บาท) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ทยอยโอนเงินเป็นรอบต่อเนื่องจนถึงเดือนกันยายน 2569 โดยก่อนหน้านี้มีเกษตรกรได้รับเงินแล้วกว่า 2.4 ล้านราย
- ต้องขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวกับกรมส่งเสริมการเกษตรและปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน
- ตรวจสอบสิทธิ์และสถานะการโอนเงินได้ทางแอปพลิเคชัน "ธ.ก.ส. A-Mobile" หรือแอป "Farmbook"
มาตรการพักชำระหนี้เกษตรกรรายย่อยกับ ธ.ก.ส. (เฟส 2-3)
คณะรัฐมนตรีมีมติขยายมาตรการพักชำระหนี้ให้เกษตรกรรายย่อยที่เป็นลูกหนี้ ธ.ก.ส. ต่อเนื่องเป็นเฟส 2 (1 ตุลาคม 2567 - 30 กันยายน 2568) และเฟส 3 (1 ตุลาคม 2568 - 30 กันยายน 2569) ครอบคลุมลูกหนี้ประมาณ 1.8 ล้านราย ควบคู่กับกิจกรรมฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพการประกอบอาชีพเพื่อเสริมรายได้ระหว่างพักหนี้ เนื่องจากเฟส 3 จะสิ้นสุดปลายเดือนกันยายน 2569 เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการควรติดตามว่าจะมีการขยายมาตรการต่อหรือไม่
- ผู้ที่เข้าเกณฑ์ตามฐานข้อมูลเดิมมักได้รับสิทธิ์ต่อเนื่องอัตโนมัติ แต่ควรยืนยันสิทธิ์กับสาขาที่ตนเป็นลูกหนี้
- สอบถามเงื่อนไขเฉพาะราย เช่น วงเงินต้นที่เข้าเกณฑ์ และการเข้าร่วมกิจกรรมฟื้นฟูอาชีพ ได้ที่สาขา ธ.ก.ส. ใกล้บ้าน
สินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง ช่วยลดต้นทุนปุ๋ยและปัจจัยการผลิต
เพื่อบรรเทาภาระต้นทุนปุ๋ยและปัจจัยการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้น คณะรัฐมนตรีเห็นชอบโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่งผ่าน ธ.ก.ส. วงเงินรวม 30,000 ล้านบาท ให้เกษตรกรกู้ได้รายละไม่เกิน 100,000 บาท ระยะเวลาไม่เกิน 12 เดือน โดยเกษตรกรจ่ายดอกเบี้ยเพียงร้อยละ 3 ต่อปี ส่วนที่เหลือรัฐบาลอุดหนุนให้ครึ่งหนึ่งจากอัตราปกติ เงื่อนไขสำคัญคือต้องนำเงินกู้ไปซื้อปุ๋ยหรือปัจจัยการผลิตที่ได้มาตรฐานผ่านองค์กรเกษตรกรหรือแหล่งที่กระทรวงเกษตรฯ รับรอง
- ต้องผ่านการอบรมความรู้ด้านการบริหารต้นทุนกับ ธ.ก.ส. ก่อนขอสินเชื่อ
- ติดต่อสมัครและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สาขา ธ.ก.ส. ทุกแห่ง
เงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติ (น้ำท่วม ภัยแล้ง วาตภัย)
ช่วงไตรมาส 3 ตรงกับฤดูฝนที่มีความเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในหลายพื้นที่ ศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รายงานว่าตั้งแต่ต้นปี 2569 มีเกษตรกรได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง น้ำท่วม และวาตภัยรวมหลายพันราย และทยอยจ่ายเงินช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์มาตรฐาน อาทิ นาข้าวประมาณ 1,340 บาทต่อไร่ พืชไร่และพืชผักประมาณ 1,980 บาทต่อไร่ ไม้ผลไม้ยืนต้นประมาณ 4,048 บาทต่อไร่ (จ่ายตามพื้นที่เสียหายจริง ไม่เกิน 30 ไร่ต่อครัวเรือน) ทั้งนี้อัตราและเกณฑ์อาจปรับปรุงเป็นระยะ ควรตรวจสอบประกาศล่าสุดก่อนยื่นเรื่อง
- ต้องแจ้งความเสียหายต่อสำนักงานเกษตรอำเภอทันทีหลังเกิดภัย เพื่อให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบ
- ต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนเกษตรกรก่อนเกิดภัยพิบัติ จึงจะมีสิทธิ์รับเงินช่วยเหลือ
ประกันภัยข้าวนาปี 2569: อยู่ระหว่างเร่งดำเนินการ
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เห็นชอบในหลักการโครงการประกันภัยข้าวนาปี 2569 รูปแบบใหม่ ซึ่งวางแผนให้ความคุ้มครองเกษตรกรรายย่อยที่มีพื้นที่ปลูกไม่เกิน 10 ไร่ โดยรัฐและ ธ.ก.ส. ร่วมอุดหนุนค่าเบี้ยประกันบางส่วน และจะนำเทคโนโลยีภาพถ่ายดาวเทียมมาช่วยประเมินความเสียหายเพื่อให้จ่ายค่าสินไหมได้รวดเร็วขึ้น อย่างไรก็ตาม ณ ช่วงที่เผยแพร่บทความนี้ โครงการยังอยู่ระหว่างขั้นตอนอนุมัติรายละเอียดขั้นสุดท้ายจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยังไม่ถือเป็นโครงการที่เปิดรับสมัครอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ เกษตรกรจึงควรติดตามประกาศจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์หรือ ธ.ก.ส. ก่อนตัดสินใจใด ๆ
อย่าลืมขึ้นทะเบียน/ปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร
มาตรการช่วยเหลือเกือบทุกโครงการข้างต้นใช้ "ทะเบียนเกษตรกร" ของกรมส่งเสริมการเกษตรเป็นฐานข้อมูลหลักในการพิจารณาสิทธิ์ เกษตรกรที่ยังไม่ขึ้นทะเบียน หรือไม่ปรับปรุงข้อมูลติดต่อกันสามปี จะเสียสิทธิ์รับความช่วยเหลือ จึงควรขึ้นทะเบียนหรือปรับปรุงข้อมูลทันทีหลังเพาะปลูกในแต่ละฤดูกาล ผ่านแอปพลิเคชัน "Farmbook" เว็บไซต์ efarmer.doae.go.th หรือสำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ และควรระวังมิจฉาชีพที่แอบอ้างเรียกเก็บเงินในการขึ้นทะเบียน
เนื่องจากมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรมีการปรับปรุงเงื่อนไข วงเงิน และกำหนดการอยู่เสมอ เกษตรกรและสหกรณ์ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดอย่างเป็นทางการที่เว็บไซต์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) หรือกรมส่งเสริมสหกรณ์ ก่อนดำเนินการทุกครั้ง