ทำไมต้องขยายช่องทางผ่าน AgroLink

เครือข่ายพร้อมสำหรับโครงการนำร่องประกันภัยดิจิทัล

AgroLink วางแผนเริ่มโครงการ AgroLink Digital Agricultural Insurance Pilot จากเครือข่ายสหกรณ์การเกษตรที่มีข้อมูลแปลงเพาะปลูกพร้อมใช้งาน

10 สหกรณ์
เครือข่ายสหกรณ์การเกษตรที่วางแผนเข้าร่วมโครงการนำร่องประกันภัยดิจิทัลในระยะแรก
1,000+ ราย
เกษตรกรผู้ปลูกข้าวในพื้นที่นำร่องที่มีข้อมูลแปลงเพาะปลูกบันทึกอยู่ในระบบ AgroLink แล้ว
3–5 บริษัท
จำนวนบริษัทประกันภัยเป้าหมายที่ AgroLink วางแผนเชิญร่วมพัฒนา Insurance Marketplace รุ่นแรก

รายละเอียดโครงสร้างระบบนิเวศประกันภัยและแผนนำร่องทั้งหมด ดูเพิ่มเติมได้ที่หน้าระบบนิเวศประกันภัยเกษตร (Agri-Insurance Ecosystem)

ประโยชน์สำหรับผู้ให้บริการ

ทำไมบริษัทประกันภัยควรร่วมมือกับ AgroLink

AgroLink ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่เชื่อมข้อมูลการผลิตจริงเข้ากับกระบวนการรับประกันภัย ไม่ใช่คู่แข่งหรือผู้รับความเสี่ยงแทนบริษัทประกันภัย

ข้อมูลแปลงเพาะปลูกและความเสี่ยงเชิงลึก

ข้อมูลแปลงเพาะปลูก ภาพถ่ายดาวเทียม และการวิเคราะห์ด้วย AI ช่วยสนับสนุนการพิจารณารับประกันภัยและลดความเสี่ยงจากการคัดเลือกที่ไม่สมดุล (Adverse Selection)

ช่องทางจำหน่ายผ่านเครือข่ายสหกรณ์

เข้าถึงเกษตรกรจำนวนมากผ่านสหกรณ์การเกษตรที่เป็นช่องทางให้บริการในพื้นที่อยู่แล้ว ช่วยลดต้นทุนการหาลูกค้ารายใหม่

ลดภาระงานเอกสารและกระบวนการขึ้นทะเบียนกรมธรรม์

ระบบดิจิทัลของ AgroLink ช่วยให้เกษตรกรลงทะเบียนและสมัครกรมธรรม์ผ่านสหกรณ์ได้โดยไม่ต้องเดินทางติดต่อหลายแห่ง

เชื่อมโยงกับข้อมูลสินเชื่อเกษตร (Credit-Linked)

เชื่อมต่อกับข้อมูลสินเชื่อจาก ธ.ก.ส. สหกรณ์ และผู้ให้สินเชื่อที่เข้าร่วม เปิดโอกาสพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่เชื่อมกับสินเชื่อ

สนับสนุนการประเมินและเรียกร้องสินไหมด้วยข้อมูลดาวเทียม/AI

ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมและ AI ช่วยสนับสนุนการตรวจสอบความเสียหายเบื้องต้น ลดระยะเวลาและความซับซ้อนของกระบวนการเรียกร้องสินไหม

ขยายฐานลูกค้าเกษตรกรรายย่อยอย่างมีประสิทธิภาพ

เข้าถึงเกษตรกรรายย่อยที่อาจเข้าถึงประกันภัยได้ยากในช่องทางเดิม ผ่านเครือข่ายที่ AgroLink สร้างความสัมพันธ์ไว้แล้ว

คุณสมบัติที่เหมาะสม

บริษัทประกันภัยที่เหมาะสมกับการเป็นพันธมิตร

AgroLink เปิดรับพันธมิตรบริษัทประกันวินาศภัยที่สนใจขยายผลิตภัณฑ์ประกันภัยเกษตรผ่านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล

มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยถูกต้องตามกฎหมาย

ได้รับใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) และพร้อมดำเนินการตามกรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

มีหรือสนใจพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยพืชผล ปศุสัตว์ หรือประมง

มีผลิตภัณฑ์ประกันภัยการเกษตรอยู่แล้ว หรือสนใจร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เหมาะกับข้อมูลการผลิตจริงของเกษตรกรในเครือข่าย

พร้อมเชื่อมต่อระบบผ่าน API ร่วมกับทีมเทคนิคของ AgroLink

มีทีมงานหรือพันธมิตรด้านเทคโนโลยีที่สามารถเชื่อมต่อระบบกรมธรรม์ เบี้ยประกัน และสถานะสินไหมผ่าน Partner Integration API

ขั้นตอนการเป็นพันธมิตร

จากการติดต่อสู่การให้บริการผ่านเครือข่ายสหกรณ์

ภาพรวมขั้นตอนการเป็นพันธมิตรบริษัทประกันภัยบนแพลตฟอร์ม AgroLink

1

ติดต่อทีมงาน AgroLink

ส่งข้อมูลบริษัทและผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่สนใจพัฒนาหรือจำหน่ายผ่านเครือข่ายเกษตรกรและสหกรณ์

2

หารือรูปแบบความร่วมมือและตรวจสอบข้อกำหนดทางกฎหมาย

ร่วมพิจารณาโครงสร้างธุรกิจนายหน้าประกันภัยและรูปแบบการแบ่งรายได้ให้สหกรณ์ร่วมกับที่ปรึกษากฎหมายและสำนักงาน คปภ.

3

เชื่อมต่อระบบและพัฒนา Insurance Marketplace ร่วมกัน

เชื่อมต่อข้อมูลกรมธรรม์ เบี้ยประกัน และสถานะสินไหมผ่าน Partner Integration API เข้ากับระบบของ AgroLink

4

เปิดให้บริการผ่านเครือข่ายสหกรณ์นำร่องและขยายผล

เริ่มให้บริการกับเกษตรกรในสหกรณ์นำร่อง ประเมินผลร่วมกัน แล้วขยายไปยังสหกรณ์และพื้นที่อื่นตามความพร้อม

AgroLink ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่เชื่อมโยงข้อมูลและช่องทางเข้าถึงประกันภัย โดยไม่รับความเสี่ยงจากกรมธรรม์แทนบริษัทประกันภัย การดำเนินการในฐานะนายหน้าประกันภัยต้องเป็นไปตามใบอนุญาตและหลักเกณฑ์ของสำนักงาน คปภ. รายละเอียดความร่วมมือและรูปแบบรายได้จะกำหนดเป็นรายกรณีตามข้อตกลงกับแต่ละบริษัท

สนใจเป็นพันธมิตรบริษัทประกันภัยกับ AgroLink?

ติดต่อทีมงาน AgroLink เพื่อพูดคุยรายละเอียดผลิตภัณฑ์ รูปแบบความร่วมมือ และแนวทางเชื่อมต่อระบบที่เหมาะกับบริษัทของท่าน